เพื่อนๆ ที่อยู่ในสายงานก่อสร้างหรือดูแลเรื่องความปลอดภัย คงจะเห็นภาพตรงกันใช่ไหมคะว่าไซต์งานบ้านเราแต่ละวันมีความท้าทายไม่น้อยเลยจริงๆ ในฐานะที่ฉันเองก็คลุกคลีอยู่ในแวดวงนี้มานาน ได้เห็นการพัฒนาและความใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนี่แหละค่ะคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้งานเดินหน้าได้อย่างราบรื่นและทุกคนปลอดภัย
โดยเฉพาะช่วงนี้ที่กฎระเบียบต่างๆ มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง อย่างกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยฯ พ.ศ.
2564 ที่ออกมาใหม่ ทำให้บทบาทของวิศวกรความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ จป. ยิ่งมีความสำคัญและต้องรู้ลึก รู้จริงกว่าเดิมมากๆ ค่ะ แล้วเราจะหาข้อมูลอัปเดต หรือเครือข่ายดีๆ ได้จากที่ไหนกันนะ?
คำตอบก็คือบรรดาสมาคมและองค์กรวิชาชีพต่างๆ นี่แหละค่ะ ที่เป็นแหล่งรวมความรู้ ประสบการณ์ และคนเก่งๆ ในวงการ
ไม่ว่าจะเป็น สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) หรือ สมาคมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ที่คอยจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับเทรนด์ใหม่ๆ อย่างการบริหารจัดการความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Safety Management) หรือแนวคิด Vision Zero ที่มุ่งลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ แถมยังมี สภาวิศวกร ที่จัดอบรมพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง การได้เข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพูนความรู้ แต่ยังได้สร้างคอนเนกชั่นกับเพื่อนร่วมอาชีพอีกด้วยค่ะ เชื่อเถอะว่าการอยู่ในวงการแบบไม่โดดเดี่ยว จะช่วยให้เราก้าวหน้าและรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ
ในบทความนี้ ฉันจะพาเพื่อนๆ ไปเจาะลึกถึงข้อมูลของสมาคมและองค์กรสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานความปลอดภัยในการก่อสร้างในประเทศไทย บอกเลยว่ามีประโยชน์มากๆ สำหรับใครที่อยากเติบโตในสายงานนี้ ไม่ว่าจะอยากได้ความรู้ใหม่ๆ อัปเดตกฎหมาย หรือแม้แต่หาโอกาสในการทำงาน เชื่อฉันสิคะ!
ทุกข้อมูลที่จะแชร์ต่อไปนี้ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนค่ะ มาดูกันว่ามีสมาคมไหนน่าสนใจบ้าง พร้อมแล้วก็ไปสำรวจโลกของคนรักความปลอดภัยด้วยกันเลย!
ทำความรู้จักกับสมาคมหลักด้านความปลอดภัยที่พลาดไม่ได้

สำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่อยู่ในวงการความปลอดภัย ไม่ว่าจะทำงานเป็น จป. หรือวิศวกรความปลอดภัย การมีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเครือข่ายที่ดี ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวหน้าและทำงานได้อย่างมั่นใจเลยใช่ไหมล่ะคะ จากประสบการณ์ของฉันที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงนี้มานาน ได้เห็นมาตลอดว่าสมาคมและองค์กรวิชาชีพต่างๆ เหล่านี้มีบทบาทสำคัญมากๆ ในการผลักดันมาตรฐานความปลอดภัยในบ้านเราให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดสัมมนาให้ความรู้ อัปเดตกฎหมายใหม่ๆ หรือแม้แต่เป็นเวทีให้เราได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน บอกเลยว่าแต่ละสมาคมก็จะมีจุดเด่นและโฟกัสที่แตกต่างกันไป การที่เราเข้าใจบทบาทของแต่ละแห่ง จะช่วยให้เราเลือกเข้าร่วมกิจกรรมหรือขอคำปรึกษาได้อย่างตรงจุด และได้รับประโยชน์สูงสุดกลับมาค่ะ ซึ่งนั่นหมายถึงการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และการนำความรู้ไปใช้ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินในไซต์งานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) หรือ TOSHA: แหล่งรวมความรู้และเครือข่ายมืออาชีพ
ถ้าพูดถึงสมาคมด้านความปลอดภัยที่คนในวงการต้องรู้จักเป็นอันดับแรกๆ เลยก็คือ สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า TOSHA นี่แหละค่ะ ฉันเองก็ได้เรียนรู้และเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคมนี้มาตั้งแต่สมัยเริ่มทำงานใหม่ๆ เลยนะ สมาคมนี้เขามุ่งเน้นการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับประชาชนและผู้ประกอบการทั่วไปค่ะ กิจกรรมเด่นๆ ที่มักจะจัดเป็นประจำก็คือการสัมมนาวิชาการระดับประเทศ หรืองาน Safety Week ที่รวมผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเอกชนมาให้ความรู้กันอย่างคับคั่ง นอกจากจะได้อัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ แล้ว ยังได้เจอเพื่อนร่วมอาชีพมากมาย ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปรึกษาปัญหากันหน้างาน ถือเป็นโอกาสทองในการสร้างคอนเนกชั่นที่ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ ค่ะ บางทีปัญหาที่เรากำลังเจออยู่ อาจจะมีเพื่อนๆ ที่เคยเจอและมีทางออกดีๆ มาแชร์ให้ก็ได้นะ
สมาคมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน: มุ่งเน้นการพัฒนามาตรฐาน
อีกหนึ่งสมาคมที่ทำงานคู่ขนานและมีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ สมาคมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานค่ะ สมาคมนี้จะเน้นไปที่การพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยโดยเฉพาะเลย พวกเขาจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐในการเสนอแนะแนวทาง หรือร่วมกำหนดมาตรฐานต่างๆ เพื่อยกระดับความปลอดภัยในสถานประกอบการให้สูงขึ้น จากที่ฉันเคยได้เข้าร่วมกิจกรรมของสมาคมนี้ ฉันรู้สึกว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นมากๆ ในการผลักดันให้ประเทศไทยมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นสากลและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในทุกๆ ภาคส่วน ใครที่อยากเจาะลึกในเรื่องมาตรฐาน กฎระเบียบ หรืออยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการให้ก้าวหน้า สมาคมนี้คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเยี่ยมเลยค่ะ บางครั้งเขาก็จะมีโครงการวิจัยหรือการสำรวจที่น่าสนใจมากๆ ให้เราได้เข้าไปร่วมด้วยนะ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่เราจะได้แสดงศักยภาพและนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ของเราออกไป
สภาวิศวกร: ประตูสู่การเป็นวิศวกรความปลอดภัยมืออาชีพ
สำหรับเพื่อนๆ ที่เป็นวิศวกร และอยากผันตัวมาเป็นวิศวกรความปลอดภัยมืออาชีพ หรืออยากพัฒนาต่อยอดในสายงานนี้ สภาวิศวกรคือองค์กรหลักที่เราต้องเชื่อมโยงด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยค่ะ เพราะเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจในการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ซึ่งรวมถึงงานด้านความปลอดภัยด้วย จากประสบการณ์ของฉัน การมีใบอนุญาตจากสภาวิศวกรนั้นเปรียบเสมือนการมีพาสปอร์ตสำคัญที่รับรองว่าเรามีความรู้ ความสามารถ และมาตรฐานในการทำงานตามหลักวิชาชีพจริงๆ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเราอย่างมากในการทำงาน ไม่ว่าจะไปสมัครงาน หรือรับงานที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยก็ตามที ฉันเคยเจอเคสที่บริษัทใหญ่ๆ ต้องการวิศวกรความปลอดภัยที่มีใบอนุญาตจากสภาวิศวกรโดยเฉพาะ เพราะเขามั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานที่สภาฯ กำหนดไว้ค่ะ
การอบรมและพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
สภาวิศวกรไม่ได้มีแค่เรื่องการออกใบอนุญาตเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการจัดอบรมและกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องด้วยค่ะ ซึ่งหลายๆ หลักสูตรก็เป็นประโยชน์กับงานด้านความปลอดภัยโดยตรงเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ๆ มาตรฐานการออกแบบที่ปลอดภัย หรือแม้แต่การใช้เทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling) ในการวิเคราะห์ความเสี่ยง ฉันเองก็ได้เข้าร่วมอบรมของสภาฯ มาหลายครั้งแล้ว และต้องบอกเลยว่าเนื้อหาอัดแน่นมากๆ ได้ความรู้ใหม่ๆ ที่เอาไปปรับใช้ในไซต์งานได้จริง แถมยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับวิศวกรจากสายงานอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งบางทีมุมมองเหล่านั้นก็ช่วยเปิดโลกทัศน์และทำให้เรามองเห็นแนวทางแก้ปัญหาที่หลากหลายขึ้นค่ะ การที่เราไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอนี่แหละค่ะ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในสายอาชีพนี้
บทบาทสำคัญในการรับรองและการออกใบอนุญาต
อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น บทบาทหลักของสภาวิศวกรคือการรับรองและออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของงานวิศวกรรมทุกสาขาเลยค่ะ สำหรับวิศวกรความปลอดภัย การมีใบอนุญาตนี้จะช่วยยืนยันถึงความเชี่ยวชาญและความรับผิดชอบตามหลักวิชาชีพ สิ่งนี้จะช่วยให้เรามีโอกาสในการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น และยังเป็นเครื่องยืนยันความน่าเชื่อถือให้กับนายจ้าง ลูกค้า หรือแม้แต่หน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาตรวจประเมินไซต์งานของเราด้วยค่ะ ลองนึกภาพดูสิคะ เวลาที่เราไปคุยงานกับผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการ การที่เราสามารถแสดงใบอนุญาตที่ออกโดยสภาวิศวกรได้ มันสร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้อย่างมหาศาลจริงๆ ค่ะ มันไม่ใช่แค่กระดาษใบหนึ่ง แต่มันคือการรับรองคุณภาพและความเป็นมืออาชีพของเรานั่นเอง
อัปเดตเทรนด์ความปลอดภัยยุคใหม่: Smart Safety Management และ Vision Zero
โลกของเราหมุนเร็วขึ้นทุกวัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกๆ อุตสาหกรรม และแน่นอนว่างานด้านความปลอดภัยก็เช่นกันค่ะ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ฉันสังเกตเห็นว่ามีการพูดถึงแนวคิดใหม่ๆ และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาช่วยงานด้านความปลอดภัยมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละค่ะที่จะช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ใครที่ยังไม่คุ้นเคยกับคำว่า Smart Safety Management หรือ Vision Zero ลองอ่านตรงนี้ดีๆ เลยนะคะ เพราะนี่คือเทรนด์ที่กำลังมาแรงและเราทุกคนควรจะรู้ไว้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและยกระดับงานความปลอดภัยของเราให้ทันสมัยอยู่เสมอ การที่เราเปิดรับสิ่งใหม่ๆ จะช่วยให้เราไม่ตกยุค และสามารถนำเครื่องมือเหล่านี้มาช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในไซต์งานได้อย่างชาญฉลาดค่ะ
Smart Safety Management: เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาช่วยงาน
คำว่า Smart Safety Management หรือการบริหารจัดการความปลอดภัยอัจฉริยะ กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในวงการบ้านเราเลยค่ะ ลองนึกภาพดูสิคะว่าถ้าเราสามารถใช้ IoT (Internet of Things), AI (Artificial Intelligence) หรือ Big Data มาช่วยในการมอนิเตอร์สภาพแวดล้อมในไซต์งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง จะดีแค่ไหน! เช่น การใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับแก๊สพิษในพื้นที่อับอากาศ การใช้กล้อง AI ตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงของคนงาน หรือการวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อหาจุดเสี่ยงที่แท้จริงและป้องกันล่วงหน้า จากที่ฉันได้มีโอกาสไปดูงานในหลายๆ ที่ที่นำระบบเหล่านี้มาใช้ ฉันรู้สึกทึ่งมากๆ เลยค่ะว่าเทคโนโลยีช่วยลดความผิดพลาดจากคนได้อย่างมหาศาล และยังช่วยให้เราสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้เร็วขึ้นมากๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละค่ะที่ทำให้ Smart Safety Management ไม่ใช่แค่แนวคิดในฝันอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ได้จริงและกำลังเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของงานความปลอดภัยในปัจจุบัน
Vision Zero: เป้าหมายสู่การลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์จริงหรือ?
Vision Zero เป็นแนวคิดที่มาจากยุโรป และกำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วยค่ะ แนวคิดนี้ไม่ได้มองว่าอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป แต่เชื่อว่าอุบัติเหตุทุกอย่างสามารถป้องกันได้ และตั้งเป้าหมายสูงสุดคือการลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์เลยค่ะ ฟังดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมคะ? ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ แต่พอได้ศึกษาลงลึกและเห็นตัวอย่างจากหลายๆ องค์กรที่นำแนวคิดนี้ไปใช้ ฉันก็เริ่มเข้าใจว่ามันคือการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง การมีส่วนร่วมของทุกคนตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดไปจนถึงพนักงานระดับปฏิบัติการ การลงทุนในเทคโนโลยีที่ปลอดภัย และการเรียนรู้จากทุกเหตุการณ์เพื่อปรับปรุงอยู่เสมอ มันคือการเปลี่ยนแปลงชุดความคิดครั้งใหญ่ ที่จะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืนค่ะ และฉันเชื่อว่าถ้าทุกคนร่วมมือกัน Vision Zero ก็ไม่ใช่แค่ความฝัน แต่เป็นเป้าหมายที่เราทุกคนสามารถไปถึงได้
หาโอกาสเติบโตในสายงาน: นอกจากสมาคมแล้วยังมีที่ไหนอีกนะ?
นอกเหนือจากสมาคมวิชาชีพต่างๆ ที่เราได้พูดถึงไปแล้วเนี่ย ฉันอยากจะบอกว่ายังมีอีกหลายแหล่งเลยค่ะที่เป็นขุมทรัพย์ของข้อมูล โอกาส และความรู้ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เติบโตในสายงานความปลอดภัยได้อย่างก้าวกระโดดเลยนะ การที่เราเปิดหูเปิดตา คอยสังเกตและศึกษาจากแหล่งต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้เรามีมุมมองที่กว้างขึ้น ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน และสามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ อย่าเพิ่งจำกัดตัวเองอยู่แค่กรอบเดิมๆ นะคะ โลกของความปลอดภัยมันกว้างใหญ่กว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย และทุกๆ ที่ที่เราได้เรียนรู้หรือเชื่อมโยง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างความเป็นมืออาชีพให้กับเราทั้งนั้นแหละค่ะ
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน: แหล่งข้อมูลและกฎหมาย
ถ้าพูดถึงเรื่องกฎหมายและข้อบังคับด้านความปลอดภัย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน คือหน่วยงานภาครัฐที่เราต้องรู้จักและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเลยค่ะ เพราะเขาคือผู้กำหนดและบังคับใช้กฎหมายแรงงาน รวมถึงกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานต่างๆ จากประสบการณ์ของฉัน เว็บไซต์ของกรมฯ ถือเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีเลยนะ เพราะมีประกาศ กฎกระทรวง และคู่มือต่างๆ ให้เราได้ดาวน์โหลดไปศึกษามากมาย ทำให้เรามั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เราได้มานั้นถูกต้องและเป็นปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการจัดอบรมให้ความรู้ หรือประชาพิจารณ์เกี่ยวกับร่างกฎหมายใหม่ๆ อยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่เราจะได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการพัฒนากฎหมายให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศเรามากที่สุดค่ะ การที่เราเข้าใจกฎหมายอย่างถ่องแท้ จะช่วยให้เราทำงานได้อย่างสบายใจและถูกต้องตามระเบียบ
บริษัทที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย: ทางเลือกสำหรับผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับเพื่อนๆ ที่มีประสบการณ์ในสายงานความปลอดภัยมาพอสมควร และอยากลองหาโอกาสใหม่ๆ ที่ท้าทายมากขึ้น การทำงานกับบริษัทที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ ฉันมีเพื่อนหลายคนที่ผันตัวจาก จป. ในโรงงาน มาทำงานเป็นที่ปรึกษา และพวกเขาก็ดูมีความสุขกับการได้ใช้ความเชี่ยวชาญของตัวเองไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับองค์กรต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย บริษัทเหล่านี้มักจะรับผิดชอบงานที่ซับซ้อนและเฉพาะทางมากๆ เช่น การจัดทำระบบมาตรฐาน ISO การประเมินความเสี่ยงเชิงลึก หรือการวางแผนฉุกเฉินเฉพาะกิจ การได้ทำงานกับทีมที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์สูง จะช่วยให้เราได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว ได้เห็นรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย และยังเป็นการเปิดประตูสู่การสร้างเครือข่ายระดับสูงในวงการอีกด้วยค่ะ หากใครรู้สึกว่าตัวเองพร้อมและอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะ
| ชื่อองค์กร/สมาคม | บทบาท/จุดเด่น | กลุ่มเป้าหมายหลัก | ช่องทางการติดต่อ/เว็บไซต์ |
|---|---|---|---|
| สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) (TOSHA) | ส่งเสริมความรู้ อบรม สัมมนา งานสัปดาห์ความปลอดภัย | จป., วิศวกรความปลอดภัย, ผู้ประกอบการ, ประชาชนทั่วไป | tosha.or.th (ชื่อเว็บไซต์ตัวอย่าง) |
| สมาคมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน | พัฒนามาตรฐานวิชาการ, วิจัย, ให้คำแนะนำด้านกฎหมาย | ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัย, นักวิชาการ, จป., วิศวกรความปลอดภัย | oshatha.org (ชื่อเว็บไซต์ตัวอย่าง) |
| สภาวิศวกร | ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม, อบรมพัฒนาวิชาชีพ | วิศวกรทุกสาขา, วิศวกรความปลอดภัย | coe.or.th (ชื่อเว็บไซต์ตัวอย่าง) |
| กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน | บังคับใช้กฎหมายแรงงาน, ออกกฎหมายความปลอดภัย, ตรวจสอบสถานประกอบการ | นายจ้าง, ลูกจ้าง, จป., ผู้ประกอบการ | mol.go.th/dsps (ชื่อเว็บไซต์ตัวอย่าง) |
สร้างคอนเนกชั่นให้แข็งแกร่ง: เคล็ดลับจากประสบการณ์ตรงของฉัน

ในสายงานความปลอดภัยที่เราต้องเจอทั้งความท้าทายและสถานการณ์ไม่คาดฝันอยู่เสมอ การมี “คอนเนกชั่น” ที่ดีและแข็งแกร่ง ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นทุกอุปสรรคไปได้เลยค่ะ จากประสบการณ์ตรงของฉันนะ การที่เราได้รู้จักและสนิทสนมกับเพื่อนร่วมอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น จป. วิศวกร หรือแม้แต่ผู้บริหารด้านความปลอดภัยจากบริษัทอื่นๆ มันช่วยเปิดโลกและให้โอกาสดีๆ กับเรามากมายจริงๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องงานอย่างเดียว แต่บางครั้งยังเป็นเรื่องของการให้กำลังใจ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือแม้แต่การแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากตำราเรียน การที่เรามีเครือข่ายที่ดี จะช่วยให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในการทำงาน และยังมีที่พึ่งเวลาที่เรามีข้อสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือ
การเข้าร่วมสัมมนาและเวิร์คช็อป: ไม่ใช่แค่เรียนรู้แต่ได้รู้จัก
ฉันอยากจะเน้นย้ำเรื่องนี้มากๆ เลยค่ะว่า การเข้าร่วมสัมมนาหรือเวิร์คช็อปต่างๆ ที่จัดโดยสมาคมหรือองค์กรที่เราพูดถึงไป ไม่ใช่แค่เพื่อไป “เรียนรู้” สิ่งใหม่ๆ เท่านั้นนะ แต่คือโอกาสทองที่เราจะได้ “รู้จัก” ผู้คนในวงการด้วยค่ะ ตอนที่ฉันเริ่มทำงานใหม่ๆ ฉันพยายามไปงานเหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามแลกนามบัตร พูดคุยสอบถามจากพี่ๆ จป. ที่มีประสบการณ์มากกว่า บางทีก็ได้คำแนะนำดีๆ ที่เอามาปรับใช้กับไซต์งานของตัวเองได้จริง ที่สำคัญคือการได้เห็นมุมมองและแนวทางการทำงานที่แตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท ทำให้เราไม่ยึดติดกับวิธีเดิมๆ และกล้าที่จะลองนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ในที่ทำงานของเรา การที่เราแสดงออกถึงความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และเปิดใจรับฟัง จะช่วยให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในวงการได้ง่ายขึ้นมากๆ เลยค่ะ
กลุ่มออนไลน์และโซเชียลมีเดีย: ช่องทางใหม่ๆ ในการแลกเปลี่ยน
ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดียก็กลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทรงพลังในการสร้างคอนเนกชั่นเลยค่ะ ฉันเองก็เป็นสมาชิกอยู่ในกลุ่มไลน์และกลุ่ม Facebook ของชาว จป. และวิศวกรความปลอดภัยหลายกลุ่มเลยนะ ซึ่งในกลุ่มเหล่านี้ เราสามารถตั้งคำถาม ปรึกษาปัญหา หรือแม้แต่แชร์ข่าวสารและเทรนด์ใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา ทำให้เราไม่รู้สึกว่ากำลังทำงานอยู่คนเดียว บางครั้งมีเพื่อนๆ มาแชร์ภาพอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์เกือบพลาด (Near Miss) จากไซต์งานของเขา พร้อมกับวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางป้องกัน ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงที่หาได้ยากมากๆ ค่ะ แต่ก็ต้องระมัดระวังในการเลือกกลุ่มและตรวจสอบข้อมูลให้ดีนะคะ เพราะในโลกออนไลน์ก็มีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องปะปนอยู่บ้างเหมือนกัน การเลือกกลุ่มที่มีผู้เชี่ยวชาญดูแลหรือมีสมาชิกที่น่าเชื่อถือ จะช่วยให้เราได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์และปลอดภัยที่สุดค่ะ
เงินทุนสนับสนุนและสิทธิประโยชน์จากองค์กรต่างๆ ที่ควรรู้
เพื่อนๆ ทราบไหมคะว่านอกจากการให้ความรู้และการสร้างเครือข่ายแล้ว ยังมีองค์กรหลายแห่งที่ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความปลอดภัยในสถานประกอบการและตัวบุคลากรเองด้วยนะ บางครั้งการที่เราไม่รู้ว่ามีโอกาสเหล่านี้อยู่ ก็ทำให้เราพลาดสิ่งดีๆ ไปอย่างน่าเสียดายเลยค่ะ ฉันอยากให้ทุกคนลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะคะ เพราะเงินทุนหรือสิทธิประโยชน์เหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน ซื้ออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล หรือแม้แต่เป็นทุนในการพัฒนาทักษะความรู้ของตัวเราเองและทีมงานได้อย่างเป็นรูปธรรมเลยค่ะ การที่เราสามารถนำเสนอโครงการดีๆ เพื่อขอรับการสนับสนุน ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ในการยกระดับความปลอดภัยขององค์กรเราด้วย
โครงการสนับสนุนจากภาครัฐสำหรับสถานประกอบการ
หน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง โดยเฉพาะกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือสำนักงานประกันสังคม มีโครงการสนับสนุนและเงินช่วยเหลือสำหรับสถานประกอบการที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความปลอดภัยที่ดีค่ะ เช่น โครงการส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการความปลอดภัยฯ หรือเงินสมทบเพื่อป้องกันและลดการประสบอันตรายจากการทำงาน สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการด้านความปลอดภัยให้กับบริษัทได้อย่างมากเลยนะ ตอนที่ฉันทำงานในโรงงานเก่า ฉันเคยช่วยประสานงานให้บริษัทขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อนำมาปรับปรุงระบบระบายอากาศในพื้นที่ทำงาน ผลคือสภาพแวดล้อมดีขึ้น พนักงานสุขภาพดีขึ้น และบริษัทก็ยังประหยัดงบประมาณไปได้อีกด้วยค่ะ การที่เราติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอยู่เสมอ จะช่วยให้เราไม่พลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ และสามารถนำเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรของเราได้อย่างเต็มที่
ทุนการศึกษาและโอกาสในการวิจัย
สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือมีความสนใจในการทำวิจัยด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย องค์กรและสถาบันการศึกษาหลายแห่งก็มีทุนการศึกษาหรือโอกาสในการเข้าร่วมโครงการวิจัยที่น่าสนใจมากมายเลยค่ะ อย่างเช่น บางมหาวิทยาลัยอาจจะมีทุนสำหรับนักศึกษาปริญญาโท-เอก ที่สนใจทำวิจัยเกี่ยวกับการลดอุบัติเหตุในอุตสาหกรรมเฉพาะ หรือบางองค์กรระหว่างประเทศก็มีทุนสนับสนุนการวิจัยที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมด้านความปลอดภัย ฉันเองก็เคยคิดอยากจะเรียนต่อเหมือนกัน และได้ศึกษาข้อมูลทุนเหล่านี้ไว้บ้างแล้ว การที่เราได้เรียนรู้และวิจัยในสิ่งที่เราสนใจอย่างลึกซึ้ง จะช่วยให้เราพัฒนาเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีความรู้และทักษะที่แตกต่างออกไป ซึ่งสิ่งนี้จะเพิ่มมูลค่าและโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพของเราได้อีกมากเลยค่ะ อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องทุนการศึกษาเป็นเรื่องไกลตัว ลองค้นหาดูดีๆ นะคะ อาจจะมีโอกาสดีๆ รอเราอยู่ก็เป็นได้
เคล็ดลับการนำความรู้จากสมาคมไปใช้จริงในไซต์งาน
หลังจากที่เราได้รู้ถึงแหล่งข้อมูลและโอกาสดีๆ จากสมาคมและองค์กรต่างๆ ไปแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำความรู้เหล่านั้นมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในไซต์งานของเราค่ะ เพราะความรู้จะไม่มีค่าเลยถ้าเราเก็บไว้แค่ในหัวใช่ไหมคะ? จากประสบการณ์ที่ฉันเคยทำงานหน้างานมาหลายปี ฉันรู้ดีว่าแต่ละไซต์งานมีความท้าทายที่แตกต่างกันไป การนำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสภาพความเป็นจริงนั้นต้องใช้ทั้งความเข้าใจ ความยืดหยุ่น และที่สำคัญคือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับทีมงานทุกคนค่ะ อย่าเพิ่งท้อแท้ถ้าบางอย่างไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ในตอนแรกนะคะ ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เรียนรู้ และหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับไซต์งานของเราเองค่ะ
ปรับปรุงแผนงานความปลอดภัยให้ทันสมัยอยู่เสมอ
สิ่งแรกที่ฉันมักจะทำหลังจากได้ความรู้หรืออัปเดตกฎหมายใหม่ๆ จากการเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคมต่างๆ คือการนำมาทบทวนและปรับปรุงแผนงานความปลอดภัยในไซต์งานของเราให้ทันสมัยอยู่เสมอค่ะ ลองนึกภาพดูสิคะว่า ถ้าเรายังใช้แผนงานเก่าๆ ที่ไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบปัจจุบัน หรือไม่ได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วย มันก็เหมือนเรากำลังเดินถอยหลังอยู่ในโลกที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การปรับปรุงแผนงานไม่ได้หมายถึงแค่การแก้ไขเอกสารเท่านั้นนะ แต่รวมถึงการประเมินความเสี่ยงใหม่ การกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสมยิ่งขึ้น และการสื่อสารแผนงานที่ปรับปรุงใหม่นี้ให้กับทุกคนในทีมได้รับทราบและเข้าใจตรงกัน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ
การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับทีมงาน
ไม่ว่าเราจะมีแผนงานความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน หรือมีความรู้ระดับสูงเพียงใด แต่ถ้าเราไม่สามารถสื่อสารให้กับทีมงานทุกคนเข้าใจและปฏิบัติตามได้ แผนเหล่านั้นก็แทบจะไร้ความหมายเลยค่ะ ฉันเคยเจอสถานการณ์ที่ จป. บางคนมีความรู้แน่นมาก แต่สื่อสารไม่เก่ง ทำให้พนักงานไม่เข้าใจถึงความสำคัญและวิธีการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยที่ถูกต้อง จากประสบการณ์ของฉัน การสื่อสารที่ดีต้องเริ่มต้นจากการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคที่ซับซ้อน มีการยกตัวอย่างจากสถานการณ์จริง และเปิดโอกาสให้พนักงานได้ซักถามข้อสงสัย การจัดอบรมแบบมีส่วนร่วม การใช้สื่อภาพประกอบ หรือแม้แต่การเดินลงพื้นที่ไปพูดคุยกับพนักงานโดยตรง ก็เป็นวิธีที่ดีในการสร้างความเข้าใจและกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยร่วมกันค่ะ เพราะความปลอดภัยไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบของทุกคนในไซต์งานค่ะ
글을마치며
เอาล่ะค่ะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน หวังว่าข้อมูลที่ฉันได้รวบรวมและนำมาแบ่งปันในวันนี้ จะเป็นประโยชน์และช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคนในสายงานความปลอดภัยไม่มากก็น้อยนะคะ การทำงานในสายนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎระเบียบหรือเอกสารเท่านั้น แต่คือการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราทุกคนร่วมมือกัน ไม่หยุดที่จะเรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และสร้างเครือข่ายที่ดีค่ะ
알아두면 쓸모 있는 정보
1. อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอยู่เสมอ รวมถึงเว็บไซต์ขององค์กรและสมาคมต่างๆ ที่เราพูดถึงนะคะ เพราะเป็นแหล่งรวมกฎหมาย กฎระเบียบใหม่ๆ และโครงการสนับสนุนดีๆ ที่จะช่วยให้เราทำงานได้อย่างถูกต้องและยังอาจช่วยให้สถานประกอบการได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ อีกด้วย.
2. เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาหรือเวิร์คช็อปต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่แค่ไปเอาความรู้ แต่คือโอกาสทองที่เราจะได้สร้างคอนเนกชั่นดีๆ กับคนในวงการ ซึ่งจะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ในอนาคตและทำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในสายอาชีพนี้.
3. ใช้ประโยชน์จากกลุ่มออนไลน์และโซเชียลมีเดีย เช่น กลุ่ม Line หรือ Facebook ของชาว จป. และวิศวกรความปลอดภัย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปรึกษาปัญหา และรับรู้ข่าวสารในวงการอย่างรวดเร็ว แต่อย่าลืมคัดกรองข้อมูลอย่างรอบคอบและเลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ.
4. พิจารณาการเรียนรู้เพิ่มเติมหรือการอบรมเพื่อรับใบรับรองพิเศษที่เกี่ยวข้องกับสายงานความปลอดภัย เช่น ผู้ตรวจสอบภายในระบบ ISO, ผู้เชี่ยวชาญด้านการดับเพลิง หรือผู้ประเมินความเสี่ยงเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มพูนทักษะและความน่าเชื่อถือในอาชีพ รวมถึงสร้างความแตกต่างให้กับโปรไฟล์ของเรา.
5. นำความรู้ที่ได้จากสมาคมและองค์กรต่างๆ มาปรับใช้กับสภาพการณ์จริงของไซต์งานอย่างยืดหยุ่นและชาญฉลาด และที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารกับทีมงานทุกคนให้เข้าใจถึงความสำคัญและวิธีการปฏิบัติด้านความปลอดภัยอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ เพราะความปลอดภัยคือเรื่องของทุกคน.
중요 사항 정리
จากที่ได้พูดคุยกันมายาวพอสมควรเกี่ยวกับโลกของความปลอดภัย ฉันหวังว่าทุกคนจะได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นนะคะว่าการทำงานในสายนี้มีมิติที่หลากหลายและเต็มไปด้วยโอกาสในการเติบโตมากมาย สิ่งสำคัญคือการไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมกิจกรรมกับสมาคมต่างๆ เช่น TOSHA หรือสมาคมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยฯ เพื่ออัปเดตความรู้และสร้างเครือข่าย หรือการติดตามข่าวสารจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าเราปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ สำหรับวิศวกรแล้ว สภาวิศวกรก็เป็นประตูสำคัญสู่การเป็นมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับ และที่สำคัญคือการเปิดรับเทรนด์ใหม่ๆ อย่าง Smart Safety Management และ Vision Zero ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของงานความปลอดภัยในอนาคต
แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จและมีความสุขในสายงานนี้คือการที่เราสามารถนำความรู้ทั้งหมดมาปรับใช้ในไซต์งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสื่อสารที่ดีกับทุกคนในทีม เพราะความปลอดภัยไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของเราทุกคนค่ะ จำไว้เสมอนะคะว่าทุกวันคือโอกาสในการเรียนรู้และทำให้สถานที่ทำงานของเราปลอดภัยยิ่งขึ้นกว่าเดิม ถ้าเราใส่ใจและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ฉันเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีและเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมให้ปลอดภัยได้อย่างแน่นอนค่ะ อย่าท้อแท้กับอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ นะคะ เพราะทุกความท้าทายคือบทเรียนอันล้ำค่าที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น และนำพาเราไปสู่ความสำเร็จในที่สุด!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: การเข้าร่วมสมาคมหรือองค์กรวิชาชีพด้านความปลอดภัยในประเทศไทย มีประโยชน์อย่างไรกับวิศวกรความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ จป. ในยุคปัจจุบันบ้างคะ?
ตอบ: โอ้โห คำถามนี้โดนใจฉันมากๆ เลยค่ะ! คือจากประสบการณ์ตรงที่ฉันได้สัมผัสมานะคะ การที่เราได้เข้าร่วมสมาคมหรือองค์กรวิชาชีพต่างๆ เนี่ย มันเป็นมากกว่าแค่การเป็นสมาชิกธรรมดาๆ ค่ะ มันคือการที่เราได้เข้าไปอยู่ใน “สังคมแห่งการเรียนรู้และแบ่งปัน” ที่แท้จริงเลย ลองนึกภาพดูสิคะ เวลาเราเจอปัญหาหน้างานที่ซับซ้อน หรือมีกฎหมายใหม่ๆ ออกมาที่เราไม่แน่ใจว่าจะตีความยังไงดี การที่เรามีพี่ๆ เพื่อนๆ ในวงการที่พร้อมจะให้คำแนะนำ หรือแลกเปลี่ยนมุมมองกันเนี่ย มันช่วยได้เยอะมากๆ เลยนะคะยิ่งไปกว่านั้น สมาคมเหล่านี้เขาก็จัดกิจกรรมสัมมนา อบรม หรือเวิร์คช็อปอยู่ตลอด ซึ่งเนื้อหาก็ไม่ใช่แค่ทฤษฎีนะคะ แต่เป็นเรื่องที่ “อินเทรนด์” จริงๆ อย่างเช่นเรื่องของ Smart Safety Management ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ หรือ Vision Zero ที่เน้นการป้องกันอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ การได้อัปเดตความรู้เหล่านี้ ทำให้เราไม่ตกยุค แถมยังได้ไอเดียใหม่ๆ ไปประยุกต์ใช้ในองค์กรของเราอีกด้วยค่ะ ฉันเองก็เคยได้ไปร่วมอบรมของสภาวิศวกรบ่อยๆ นะคะ ได้เจอวิทยากรเก่งๆ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนๆ ต่างบริษัท มันทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้ทำงานอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวในโลกกว้างนี้เลยค่ะ นอกจากความรู้แล้ว ก็ยังเป็นโอกาสดีในการสร้างเครือข่ายมืออาชีพ (networking) ที่จะช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าในสายอาชีพของเราได้อีกด้วยค่ะ
ถาม: กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2564 มีสาระสำคัญอะไรที่วิศวกรและ จป. ควรรู้เป็นพิเศษ เพื่อนำไปปฏิบัติในไซต์งานก่อสร้างบ้างคะ?
ตอบ: กฎกระทรวงฉบับนี้ถือว่าเป็น “หัวใจสำคัญ” ที่เราทุกคนในสายงานความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทำงานในไซต์ก่อสร้าง ต้องศึกษาให้ลึกซึ้งเลยค่ะ เพราะเขาได้ปรับปรุงและเพิ่มความเข้มข้นในหลายๆ ส่วน เพื่อลดความเสี่ยงจากการทำงานจริงๆ ค่ะ เท่าที่ฉันได้ศึกษาและนำไปปรับใช้ในหน้างานของตัวเองนะคะ สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษเลยคือเรื่องของการ “ป้องกันอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน” อันนี้เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของอุบัติเหตุเลยใช่ไหมคะ กฎกระทรวงฉบับนี้เลยเน้นย้ำให้นายจ้างต้องจัดหานั่งร้าน รั้วกั้น ตาข่ายนิรภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ ที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อทำงานที่ความสูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไปนอกจากนี้ เขายังพูดถึงเรื่อง “การป้องกันอันตรายจากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย” ด้วย ซึ่งในงานก่อสร้างเป็นเรื่องที่เจอได้บ่อยมากๆ เลยค่ะ เราต้องมีการกำหนดเขตอันตราย การจัดทำขอบกันตก และการจัดเก็บวัสดุอย่างมั่นคง รวมถึงมาตรการป้องกันการพังทลายในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ให้รัดกุมกว่าเดิม ที่สำคัญคือ กฎหมายยังเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบของนายจ้างในการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ในแต่ละระดับให้ครบถ้วนตามประเภทและขนาดของสถานประกอบการด้วย ซึ่ง จป.
วิชาชีพอย่างเราๆ ก็มีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์งาน ชี้บ่งอันตราย และกำหนดมาตรการป้องกันที่ปลอดภัยเสนอแนะต่อนายจ้างให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดค่ะ พูดง่ายๆ คือ กฎกระทรวงฉบับนี้เป็นเหมือนคู่มือที่เราต้องใช้เป็นแนวทางในการทำงานทุกวัน เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยและกลับบ้านไปหาครอบครัวได้อย่างอุ่นใจค่ะ
ถาม: นอกจากการอบรมและสัมมนาที่สมาคมต่างๆ จัดขึ้นแล้ว มีช่องทางไหนอีกบ้างที่วิศวกรความปลอดภัยและ จป. จะสามารถพัฒนาความรู้และอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ ในสายงานนี้ได้อย่างต่อเนื่องคะ?
ตอบ: เป็นคำถามที่ดีมากเลยค่ะ เพราะโลกเราหมุนเร็วมาก ถ้าเราหยุดอยู่กับที่ เราก็จะตามไม่ทันใช่ไหมคะ นอกจากที่สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) หรือสมาคมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน (ส.อ.ป.) จัดอบรมสัมมนาดีๆ อยู่เสมอแล้วเนี่ย ฉันเองก็มี “เคล็ดลับ” เล็กๆ น้อยๆ ที่อยากจะมาแบ่งปันค่ะอย่างแรกเลยคือ การติดตามข่าวสารจาก “เว็บไซต์และเพจทางการ” ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) พวกนี้จะมีประกาศกฎหมายใหม่ๆ คู่มือ หรือบทความวิชาการที่อัปเดตอยู่ตลอดเวลาค่ะ บางทีเขาก็มีจัดอบรมออนไลน์ฟรีด้วยนะคะ ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเลย!
อีกช่องทางที่ฉันชอบมากๆ คือ “กลุ่มไลน์ หรือ Facebook Group” ของคนทำงาน จป. หรือวิศวกรความปลอดภัยค่ะ ในกลุ่มเหล่านี้เราจะได้เห็นเคสจริง ได้ปรึกษาหารือกับเพื่อนร่วมอาชีพ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ “หาไม่ได้จากตำรา” เลยค่ะ บางทีก็ได้เจอชมรม จป.
ในจังหวัดต่างๆ ที่เขาจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้วยนะคะ อย่างเช่น ชมรม จป. ชลบุรี ที่ฉันเห็นว่าเขามีกิจกรรมดีๆ ตลอดเลยสุดท้ายคือ การ “อ่านบทความวิชาการ” หรือ “วารสารเฉพาะทาง” ค่ะ แม้จะดูเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่การได้อ่านงานวิจัยใหม่ๆ หรือแนวคิดจากต่างประเทศ มันช่วยเปิดโลกและทำให้เรามองเห็นภาพรวมของงานความปลอดภัยได้กว้างขึ้นมากๆ เลยนะคะ อย่างสมาคมอาชีวอนามัยฯ เขาก็มีวารสารและสิ่งพิมพ์ที่น่าสนใจค่ะ ลองเอาไปปรับใช้ดูนะคะ รับรองว่าความรู้แน่นปึ้กแน่นอนค่ะ






