สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้ขอแวะมาคุยเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม แต่สำคัญกับชีวิตคนทำงานและภาพรวมของประเทศเราสุด ๆ เลยนะคะ นั่นก็คือเรื่อง “ความปลอดภัยในงานก่อสร้าง” ที่ช่วงนี้บอกเลยว่ากระแสมาแรงมาก ๆ เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตามหน้าข่าวแต่ละทีก็น่าใจหาย สร้างความเสียหายมหาศาลทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และชื่อเสียง ในฐานะคนทำบล็อกที่คลุกคลีกับเรื่องอาชีพและเทรนด์ต่าง ๆ มานาน ฉันเองก็รู้สึกว่าบทบาทของ “เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ” หรือ “จป.วิชาชีพ” ในสายงานก่อสร้างนั้นสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นอาชีพที่ตลาดต้องการตัวสูงมาก ๆ ในยุคปัจจุบัน ยิ่งกฎหมายด้านความปลอดภัยเข้มข้นขึ้นเท่าไหร่ ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ก็ยิ่งพุ่งทะยาน หลายคนอาจจะสงสัยว่ากว่าจะได้เป็น จป.วิชาชีพ ที่เก่งและเป็นที่ยอมรับเนี่ย มันยากง่ายแค่ไหน อัตราการสอบผ่านเป็นยังไง และอนาคตของสายอาชีพนี้จะไปในทิศทางไหนกันแน่ ถ้าพร้อมแล้ว ตามฉันมาเจาะลึกทุกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพนี้ให้ชัดเจนไปพร้อมกันเลยค่ะ!
เปิดประตูสู่เส้นทาง จป.วิชาชีพ: ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

การก้าวเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า จป.วิชาชีพ ในสายงานก่อสร้างนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการมีใจรัก แต่ต้องมีคุณสมบัติและความพร้อมตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนเลยนะคะ แรกเริ่มเดิมที หลายคนอาจจะคิดว่าจบสายไหนมาก็เป็น จป.วิชาชีพ ได้ แต่ปัจจุบันนี้ กฎกระทรวงปี 2565 กำหนดไว้เลยว่าผู้ที่ต้องการเป็น จป.วิชาชีพ จะต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือสาขาที่เทียบเท่าตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งหมายความว่าการเรียนตรงสายนั้นเป็นเส้นทางที่ตรงและง่ายที่สุดค่ะ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางสำหรับสายอื่นเลยนะคะ เพราะเขายังเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีวุฒิปริญญาตรีไม่ตรงสาย แต่มีประสบการณ์ทำงานด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 หรือ 2 มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และผ่านการอบรมหลักสูตร จป.วิชาชีพ รวมถึงผ่านการประเมิน ก็สามารถขึ้นทะเบียนได้เช่นกัน แต่ทุกอย่างต้องทำภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้ค่ะ จากที่ฉันได้พูดคุยกับพี่ๆ จป.ที่ทำงานในไซต์ก่อสร้างมาหลายคน สิ่งหนึ่งที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันคือ นอกจากความรู้ทางวิชาการแล้ว ทักษะการสื่อสารและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก็สำคัญไม่แพ้กันเลย เพราะหน้างานจริงมีอะไรให้ต้องรับมือตลอดเวลาจริง ๆ ค่ะ
คุณสมบัติพื้นฐานและวุฒิการศึกษาที่ต้องมี
สำหรับการเป็น จป.วิชาชีพ สิ่งแรกที่ต้องมีเลยคือวุฒิการศึกษาค่ะ ปัจจุบันนี้ ถ้าอยากเป็น จป.วิชาชีพที่ได้รับการยอมรับและสามารถขึ้นทะเบียนกับกรมสสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย คุณจะต้องเรียนจบปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยโดยตรงเลย สมัยก่อนอาจจะเปิดกว้างกว่านี้ แต่ตอนนี้คือเน้นสายตรงเป็นหลักแล้วค่ะ ฉันเคยเจอคนรู้จักที่อยากจะผันตัวมาเป็น จป.วิชาชีพ แต่จบสายอื่นมา ก็ต้องไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเทียบวุฒิ หรือเก็บประสบการณ์ให้ครบตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งก็ต้องใช้เวลาและความพยายามมากพอสมควรเลยนะคะ นอกจากนี้ การผ่านการอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงแรงงานก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าเรามีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้ถูกต้องตามกฎหมาย
โอกาสในการพัฒนาตนเองและก้าวหน้าในสายงาน
อาชีพ จป.วิชาชีพ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นเจ้าหน้าที่ประจำไซต์งานนะคะ แต่ยังมีโอกาสก้าวหน้าได้อีกเยอะเลยค่ะ จากประสบการณ์ที่ฉันเห็นมา บางคนอาจจะเริ่มจากการเป็น จป.ในไซต์ก่อสร้างเล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยับไปทำโครงการใหญ่ๆ หรือแม้กระทั่งผันตัวไปเป็นที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยให้กับบริษัทต่างๆ หรือเป็นวิทยากรอบรมก็ได้ค่ะ ยิ่งเรามีประสบการณ์มาก มีความรู้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ทันสมัย ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานมากขึ้นไปอีก ฉันเคยได้ยินมาว่า จป.ที่มีประสบการณ์สูงๆ บางคนสามารถทำเงินเดือนได้ถึง 80,000 – 120,000 บาทเลยนะคะ ซึ่งก็ถือว่าสูงมากๆ และคุ้มค่ากับความทุ่มเทที่ลงทุนไปค่ะ การเข้าร่วมสัมมนา อบรม หรือแม้แต่การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็เป็นการเพิ่มพูนความรู้และโอกาสที่ดีให้กับตัวเองอยู่เสมอ
บทบาทที่ขาดไม่ได้ของ จป.วิชาชีพ ในไซต์ก่อสร้าง
ในวงการก่อสร้างที่เราเห็นๆ กันอยู่ทุกวันนี้นะคะ บทบาทของ จป.วิชาชีพ ไม่ได้เป็นแค่ “หมวกเขียว” ที่เดินตรวจไซต์ไปวันๆ นะคะ แต่คือหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้โครงการก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และถูกต้องตามกฎหมาย เพราะงานก่อสร้างเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงมาก ทั้งจากเครื่องจักรกลหนัก การทำงานบนที่สูง หรือแม้แต่การจัดการกับวัสดุอันตรายต่างๆ จป.วิชาชีพจึงต้องเข้ามาดูแลตั้งแต่เริ่มต้นโครงการไปจนถึงส่งมอบงานเลยทีเดียว หน้าที่หลักๆ ที่ จป.วิชาชีพต้องรับผิดชอบนั้นมีมากมายเหลือเกิน ตั้งแต่การวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนของงานก่อสร้าง ไปจนถึงการวางแผนมาตรการป้องกันและควบคุมอันตรายต่างๆ พูดง่ายๆ คือเป็นเหมือน “ผู้จัดการความปลอดภัย” ที่ต้องคิดล่วงหน้าและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นนั่นเองค่ะ ฉันเคยไปเยี่ยมชมไซต์งานก่อสร้างหลายแห่ง ได้เห็นการทำงานของพี่ๆ จป.ที่ต้องเดินตรวจตรา ดูแลความเรียบร้อย และให้คำแนะนำกับคนงานอยู่ตลอดเวลา บอกเลยว่าไม่ง่ายเลยจริงๆ กับการต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดและคอยเป็นหูเป็นตาให้กับทุกคน
การประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยง
หนึ่งในหน้าที่ที่สำคัญและท้าทายที่สุดของ จป.วิชาชีพคือการประเมินความเสี่ยงค่ะ ต้องบอกเลยว่าในไซต์ก่อสร้างมันมีอะไรที่คาดไม่ถึงเยอะมากจริงๆ ตั้งแต่ความเสี่ยงจากการทำงานบนที่สูง การใช้เครื่องจักรที่ไม่ถูกต้อง การจัดเก็บวัสดุที่ไม่เป็นระเบียบ ไปจนถึงสภาพอากาศที่แปรปรวน จป.วิชาชีพจะต้องเข้าไปวิเคราะห์งานแต่ละอย่างเพื่อชี้บ่งอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และกำหนดมาตรการป้องกันรวมถึงขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัยเสนอต่อนายจ้าง เช่น ถ้ามีงานตอกเสาเข็ม ก็ต้องตรวจสอบความแข็งแรงของเครื่องจักร กำหนดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนงาน และตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอย่างหมวกนิรภัย รองเท้านิรภัย หรือถุงมือให้พร้อมใช้งาน ฉันเคยเจอเคสที่คนงานไม่ใส่หมวกนิรภัยในพื้นที่เสี่ยง แล้ว จป.ต้องเข้าไปตักเตือนและให้ความรู้ทันที นั่นแสดงให้เห็นว่าการประเมินความเสี่ยงไม่ใช่แค่การเขียนรายงาน แต่คือการเฝ้าระวังและลงมือแก้ไขในสถานการณ์จริง
การตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัย
อีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญไม่แพ้กันคือการตรวจสอบและแนะนำให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานค่ะ ในประเทศไทยเรามีกฎหมายและกฎกระทรวงมากมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในงานก่อสร้าง เช่น พระราชบัญญัติความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ.
2554 และกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและจัดการด้านความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2564 จป.วิชาชีพต้องทำความเข้าใจกฎหมายเหล่านี้อย่างถ่องแท้ และคอยติดตามการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพราะกฎหมายมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ทันกับสถานการณ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตาม ก็อาจจะถูกดำเนินคดี เสียค่าปรับ หรือเสียชื่อเสียงของบริษัทได้ ดังนั้น จป.วิชาชีพจึงเป็นเหมือน “ผู้พิทักษ์กฎหมาย” ที่ช่วยให้นายจ้างและลูกจ้างทุกคนทำงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
อุบัติเหตุในงานก่อสร้าง: สถิติและบทเรียนที่ต้องจดจำ
ฟังดูน่าตกใจแต่เป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่า “งานก่อสร้าง” ยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงที่สุดในประเทศไทยมาโดยตลอด ทุกปีเราจะได้ยินข่าวอุบัติเหตุตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือทีวีอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์นั่งร้านถล่ม เครนล้ม วัสดุก่อสร้างร่วงหล่น หรือคนงานพลัดตกจากที่สูง แต่ละครั้งล้วนสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล ฉันเองก็รู้สึกใจหายทุกครั้งที่ได้เห็นข่าวเหล่านี้ เพราะนั่นหมายถึงว่ายังมีคนอีกมากมายที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในแต่ละวันของการทำงาน จากข้อมูลสถิติของกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม พบว่าจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดจากอุตสาหกรรมก่อสร้างติดอันดับหนึ่งมาหลายปีแล้ว และมีสัดส่วนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุการก่อสร้างสูงถึง 29% เลยทีเดียวในปี 2562 นี่คือตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนที่เราต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยอย่างจริงจังเสียทีค่ะ บทเรียนจากอุบัติเหตุที่ผ่านมาควรเป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคน ไม่ใช่แค่คนทำงานก่อสร้างเท่านั้น แต่รวมถึงผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยว่า การลงทุนในเรื่องความปลอดภัยไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนเพื่อชีวิตและความยั่งยืนของธุรกิจ
สาเหตุหลักของอุบัติเหตุที่ไม่ควรมองข้าม
จากการศึกษาและจากประสบการณ์ที่ฉันได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน สาเหตุหลักๆ ของอุบัติเหตุในงานก่อสร้างมักจะวนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมๆ ที่เราพอจะป้องกันได้ค่ะ อย่างแรกเลยคือ “การกระทำที่ไม่ปลอดภัยของคนงาน” (Unsafe Acts) เช่น ไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) อย่างถูกต้อง ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานที่กำหนดไว้ หรือประมาทเลินเล่อในการทำงาน บางครั้งก็มาจากการที่คนงานขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น หรือขาดทักษะในการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างถูกต้องค่ะ อย่างที่สองคือ “สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย” (Unsafe Conditions) ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของนายจ้างและผู้บริหารโดยตรง เช่น เครื่องจักรเก่า ชำรุด หรือไม่มีการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ นั่งร้านหรือโครงสร้างชั่วคราวไม่แข็งแรงพอ ไม่มีราวกั้นหรือรั้วกันตกในพื้นที่สูง หรือแม้แต่การจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่เป็นระเบียบก็ก่อให้เกิดอันตรายได้ สถิติอุบัติเหตุเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขนะคะ แต่มันคือชีวิตคน นี่คือตารางสรุปสาเหตุและสถิติอุบัติเหตุที่น่าสนใจค่ะ
| สาเหตุหลัก | ลักษณะอุบัติเหตุที่พบบ่อย | สถิติโดยประมาณ (ปี 2561-2566) |
|---|---|---|
| การกระทำที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Acts) |
|
เป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุส่วนใหญ่ โดยมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสะสมรวม 45 ราย จากโครงการก่อสร้างทางสาธารณะช่วง 5 ปี (ข้อมูลถนนพระราม 2) |
| สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Conditions) |
|
จำนวนอุบัติเหตุในอุตสาหกรรมก่อสร้างติดอันดับหนึ่งมาหลายปี |
การเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อสร้างความปลอดภัยที่ยั่งยืน
ทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ควรเป็นโอกาสให้เราได้เรียนรู้และนำมาปรับปรุงแก้ไขค่ะ จป.วิชาชีพมีบทบาทสำคัญในการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ วางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ และรายงานผลต่อนายจ้าง นอกจากนี้ การจัดฝึกอบรมความปลอดภัยให้แก่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพนักงานใหม่ หรือเมื่อมีการนำเทคโนโลยีหรือเครื่องจักรใหม่ๆ เข้ามาใช้ ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ทุกคนมีส่วนร่วมและตระหนักถึงความสำคัญเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่รอให้เกิดเรื่องแล้วค่อยมาแก้ เพราะชีวิตคนงานแต่ละคนมีค่าเกินกว่าที่จะปล่อยให้ความประมาทมาพรากไปค่ะ
ความต้องการ จป.วิชาชีพ ในตลาดแรงงานไทยพุ่งไม่หยุด
เชื่อไหมคะว่าตอนนี้อาชีพ จป.วิชาชีพ โดยเฉพาะในสายงานก่อสร้างนี่เป็นที่ต้องการตัวสูงมาก ๆ เลยค่ะ คือถ้าใครมีคุณสมบัติพร้อม ประสบการณ์แน่นๆ หน่อยนี่เรียกได้ว่าแทบจะเลือกงานได้เลย เพราะอะไรน่ะเหรอคะ?
ก็เพราะว่ากฎหมายด้านความปลอดภัยในการทำงานของประเทศไทยเราเข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอด้วย ทำให้สถานประกอบกิจการทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงอย่างงานก่อสร้าง ต้องมี จป.วิชาชีพ ประจำอยู่ตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าไม่มีนี่บอกเลยว่าโดนปรับกันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะคะ แล้วนอกจากเรื่องของกฎหมายแล้ว บริษัทต่างๆ เองก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยมากขึ้น เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน ขวัญกำลังใจของพนักงาน และภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย ใครๆ ก็อยากทำงานในที่ที่รู้สึกปลอดภัยใช่ไหมล่ะคะ?
ดังนั้น จป.วิชาชีพจึงไม่ใช่แค่คนคุมกฎ แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้โดยปราศจากความกังวล
ปัจจัยที่ส่งเสริมความต้องการ จป.วิชาชีพ
มีหลายปัจจัยเลยค่ะที่ทำให้ความต้องการ จป.วิชาชีพ ในตลาดแรงงานไทยยังคงพุ่งทะยานไม่หยุด สิ่งแรกเลยที่เห็นได้ชัดเจนคือเรื่องของ “กฎหมายบังคับ” ไม่ใช่แค่กฎหมายเดิมๆ แต่กฎกระทรวงฉบับใหม่ๆ ที่ออกมาก็ยิ่งเน้นย้ำความสำคัญและเพิ่มขอบเขตความรับผิดชอบของ จป.วิชาชีพมากขึ้นไปอีก ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องเร่งหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานให้ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งบางครั้งก็หาคนที่มีคุณสมบัติตรงเป๊ะยากมากๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ “การเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้าง” ในประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ลองดูรอบๆ ตัวเราสิคะ โครงการก่อสร้างใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายใหม่ คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน หรือโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ยิ่งมีการก่อสร้างมากเท่าไหร่ ความต้องการ จป.วิชาชีพก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เพราะทุกไซต์งานย่อมต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยมาดูแลเสมอ
แนวโน้มค่าตอบแทนและสวัสดิการที่น่าสนใจ
พอความต้องการสูงขึ้น แน่นอนว่าค่าตอบแทนก็ย่อมดีตามไปด้วยค่ะ! จากข้อมูลที่ฉันหามาและจากที่ได้ยินจากพี่ๆ จป.หลายคน เงินเดือนเริ่มต้นสำหรับ จป.วิชาชีพจบใหม่ในสายงานก่อสร้างก็อยู่ในช่วง 18,000 – 22,000 บาทแล้วนะคะ ซึ่งถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว เมื่อเทียบกับสายงานอื่นๆ และถ้ามีประสบการณ์ 2-3 ปี ก็จะขยับขึ้นไปเป็น 23,000 – 27,000 บาท หรือถ้ามีประสบการณ์ 5 ปีขึ้นไปนี่ก็มีสิทธิ์ได้เงินเดือนมากกว่า 32,000 บาทเลยค่ะ บางบริษัทใหญ่ๆ หรือโครงการพิเศษที่ใช้ผู้รับเหมาต่างประเทศ อาจจะให้ค่าตอบแทนสูงกว่านี้มากด้วยซ้ำ นอกจากเงินเดือนแล้ว สวัสดิการต่างๆ ก็ดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม ประกันสุขภาพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือแม้แต่เบี้ยเลี้ยงพิเศษสำหรับการทำงานในไซต์งานที่ห่างไกล บอกเลยว่าถ้าใครกำลังมองหาอาชีพที่มั่นคง มีโอกาสก้าวหน้า และมีรายได้ดี จป.วิชาชีพในงานก่อสร้างเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ
สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย: หัวใจสำคัญที่ จป.วิชาชีพต้องขับเคลื่อน

การมี จป.วิชาชีพ ที่เก่งและมีความรู้เป็นสิ่งสำคัญก็จริง แต่สิ่งที่จะทำให้ความปลอดภัยในงานก่อสร้างเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนจริงๆ คือ “วัฒนธรรมความปลอดภัย” ที่ทุกคนในองค์กร ไม่ว่าจะระดับผู้บริหาร หัวหน้างาน หรือลูกจ้างทั่วไป ต้องมีจิตสำนึกและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังค่ะ การสร้างวัฒนธรรมแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในวันสองวันนะคะ แต่ต้องใช้เวลา ความเข้าใจ และความร่วมมือจากทุกฝ่าย ฉันเคยเห็นบางบริษัทที่ทำได้ดีมากๆ คือทุกคนจะคอยสอดส่องดูแลกันเอง คอยเตือนกันเมื่อเห็นว่าใครทำอะไรไม่ปลอดภัย แม้แต่ลูกจ้างที่อยู่หน้างานก็กล้าที่จะเสนอแนะหรือแจ้งปัญหาด้านความปลอดภัยให้กับ จป.ทราบ ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณที่ดีมากๆ เลยค่ะ จป.วิชาชีพจึงมีหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนและปลูกฝังวัฒนธรรมนี้ให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร ไม่ใช่แค่การออกคำสั่งหรือบังคับใช้กฎอย่างเดียว แต่ต้องเป็น “ผู้นำ” ที่สร้างแรงบันดาลใจและทำให้ทุกคนเห็นคุณค่าของความปลอดภัย
การอบรมและสร้างความตระหนักรู้
การอบรมไม่ใช่แค่การทำตามกฎหมายให้ครบๆ ไปเท่านั้นนะคะ แต่คือหัวใจสำคัญของการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย จป.วิชาชีพต้องเป็นผู้จัดและดำเนินการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งพนักงานใหม่และพนักงานปัจจุบัน โดยเนื้อหาการอบรมจะต้องครอบคลุมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละประเภทงาน การใช้งานอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่ถูกต้อง ขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัย และการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน นอกจากนี้ การใช้กรณีศึกษาจากอุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นจริง (แต่ไม่ทิ้งแหล่งที่มา) เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพและเข้าใจถึงผลกระทบอย่างแท้จริง ก็เป็นวิธีที่ได้ผลดีมากๆ ค่ะ ฉันเคยมีโอกาสได้ไปร่วมสังเกตการณ์การอบรมของ จป.ท่านหนึ่ง ท่านใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย มีการยกตัวอย่างที่ใกล้ตัว และให้คนงานได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ทำให้การอบรมไม่น่าเบื่อและทุกคนก็จดจำได้ดี
บทบาทของผู้นำและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
ผู้บริหารและหัวหน้างานมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นแบบอย่างที่ดีและสนับสนุนนโยบายด้านความปลอดภัยอย่างจริงจังค่ะ ถ้าผู้นำให้ความสำคัญ พนักงานก็ย่อมเห็นถึงความสำคัญตามไปด้วย จป.วิชาชีพต้องทำงานร่วมกับผู้บริหารทุกระดับ เพื่อกำหนดนโยบายและเป้าหมายด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน และสื่อสารให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจถึงวัตถุประสงค์และประโยชน์ของการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ ไม่ใช่แค่การพูดคุยกันหน้างาน แต่รวมถึงการจัดทำป้ายเตือน สัญลักษณ์ต่างๆ หรือการใช้ช่องทางสื่อสารที่หลากหลายเพื่อให้ข้อมูลด้านความปลอดภัยเข้าถึงคนงานทุกคน และที่สำคัญที่สุดคือการเปิดโอกาสให้คนงานได้แสดงความคิดเห็น หรือรายงานปัญหาด้านความปลอดภัยได้อย่างสะดวกและรู้สึกปลอดภัยที่จะพูด โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิหรือลงโทษ
รับมือความท้าทาย: จป.วิชาชีพต้องแกร่งทั้งกายและใจ
บอกเลยว่าอาชีพ จป.วิชาชีพ โดยเฉพาะในสายงานก่อสร้าง ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนะคะ เพราะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายที่ไม่ได้มีแค่เรื่องเทคนิคหรือกฎหมายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องของการทำงานกับคน และสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยด้วย ฉันเองเคยไปเยี่ยมไซต์งานก่อสร้างช่วงฤดูฝน เห็นพี่ๆ จป.ต้องเดินลุยโคลน ตากแดด ตากฝนอยู่ตลอดเวลา ต้องคอยตรวจตราความเรียบร้อยของพื้นที่ทำงานที่เปียกแฉะและลื่น ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก นี่แค่เรื่องสภาพอากาศนะคะ ยังมีเรื่องของการต้องทำงานร่วมกับคนหลากหลายเชื้อชาติ หลายภาษา ซึ่งบางครั้งก็เป็นอุปสรรคในการสื่อสารด้านความปลอดภัย ไหนจะความกดดันจากนายจ้างที่อาจจะเน้นเรื่องความรวดเร็วในการทำงานมากกว่าความปลอดภัย หรือความไม่ร่วมมือจากคนงานบางคน จป.วิชาชีพจึงต้องมีความอดทนสูง มีทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ดีเยี่ยม และที่สำคัญคือต้องมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงมากๆ ค่ะ
ความกดดันจากการทำงานภายใต้ข้อจำกัด
จป.วิชาชีพมักจะต้องทำงานภายใต้ความกดดันหลายด้านเลยค่ะ อย่างแรกคือ “ความกดดันเรื่องเวลาและงบประมาณ” ที่นายจ้างอาจจะเร่งรัดให้งานเสร็จตามกำหนด เพื่อลดค่าใช้จ่าย ทำให้บางครั้งอาจละเลยหรือไม่ให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยเท่าที่ควร จป.ต้องใช้ทักษะการเจรจาต่อรองและการโน้มน้าวใจอย่างมาก เพื่อให้นายจ้างเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการลงทุนในเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีความกดดันจาก “การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและเทคโนโลยี” ที่ต้องคอยอัปเดตความรู้ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพราะถ้าไม่รู้เท่าทัน ก็อาจจะปฏิบัติงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ฉันเคยได้ยินพี่ จป.คนหนึ่งบ่นว่า “บางทีรู้สึกเหมือนต้องเป็นทุกอย่าง ทั้งนักกฎหมาย วิศวกร นักจิตวิทยา และนักดับเพลิงในคนเดียว” ซึ่งก็คงเป็นความรู้สึกที่ จป.หลายคนเข้าใจดีค่ะ
การจัดการกับพฤติกรรมและความไม่ร่วมมือของคนงาน
นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ทำให้ จป.หลายคนปวดหัวที่สุดเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะไม่ใช่คนงานทุกคนที่จะให้ความร่วมมือด้านความปลอดภัยอย่างเต็มที่ บางคนอาจจะคิดว่ามาตรการความปลอดภัยเป็นเรื่องยุ่งยาก เสียเวลา หรือบางทีก็แค่ประมาทเลินเล่อไม่เห็นถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จป.วิชาชีพต้องมีทักษะด้านการสื่อสารที่ดีมากๆ ต้องรู้จักวิธีการเข้าหา การให้คำแนะนำ และการตักเตือนอย่างถูกวิธี เพื่อให้คนงานเข้าใจและปฏิบัติตามกฎอย่างเต็มใจ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนงาน สร้างความไว้วางใจ และแสดงให้เห็นว่า จป.ห่วงใยในสวัสดิภาพของทุกคนจริงๆ จะช่วยให้การทำงานร่วมกันราบรื่นขึ้นเยอะเลยค่ะ เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ทำงานหน้างานคือคนที่ใกล้ชิดกับอันตรายที่สุด การมีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยของคนงานจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดอุบัติเหตุได้มากที่สุดเลยก็ว่าได้
อนาคตที่สดใส: โอกาสและความก้าวหน้าของ จป.วิชาชีพ
หลังจากที่เราคุยกันเรื่องความท้าทายมาเยอะแล้ว มาดูด้านที่สดใสกันบ้างดีกว่าค่ะ! อนาคตของสายอาชีพ จป.วิชาชีพ โดยเฉพาะในงานก่อสร้างเนี่ย บอกเลยว่า “สดใส” มากๆ และมีโอกาสก้าวหน้าสูงลิ่วเลยทีเดียว อย่างที่ฉันบอกไปตั้งแต่แรกว่า ตลาดแรงงานมีความต้องการสูงมากอย่างต่อเนื่อง และแนวโน้มนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลยค่ะ เพราะนอกจากกฎหมายจะเข้มงวดขึ้นแล้ว บริษัทต่างๆ ก็หันมาให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากลมากขึ้น เพื่อยกระดับองค์กรให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและสังคมโดยรวม ดังนั้น จป.วิชาชีพจึงไม่ใช่แค่ผู้คุมกฎ แต่เป็นผู้ขับเคลื่อนให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน และมีบทบาทสำคัญในการสร้าง “ชื่อเสียง” และ “ความน่าเชื่อถือ” ให้กับบริษัทอีกด้วยค่ะ
แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้างและบทบาทที่ขยายตัว
แม้ว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างจะมีความผันผวนบ้างตามสภาวะเศรษฐกิจ แต่โดยรวมแล้วก็ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่มีการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มากมาย เช่น การขยายเส้นทางคมนาคม รถไฟฟ้าความเร็วสูง หรือการพัฒนาเมืองใหม่ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ต้องการ จป.วิชาชีพ ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาดูแลด้านความปลอดภัยทั้งสิ้น นอกจากนี้ บทบาทของ จป.วิชาชีพยังขยายตัวไปในด้านอื่นๆ อีกด้วย ไม่ใช่แค่การดูแลความปลอดภัยทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึง “อาชีวอนามัย” และ “สภาพแวดล้อมในการทำงาน” ซึ่งครอบคลุมถึงสุขภาพกายและใจของคนงาน การจัดการสารเคมี การลดมลภาวะ และการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในที่ทำงาน ทำให้สายอาชีพนี้มีขอบเขตงานที่กว้างขวางและมีความหลากหลายมากขึ้น
การพัฒนาตนเองเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในระดับสากล
สำหรับใครที่อยากก้าวหน้าไปอีกขั้น การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ จป.วิชาชีพสามารถต่อยอดความรู้ไปสู่การเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระดับสูง” ที่ไม่จำกัดแค่งานก่อสร้างในประเทศเท่านั้น แต่ยังสามารถไปทำงานในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในต่างประเทศได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าค่าตอบแทนและสวัสดิการก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน เพราะจะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ใหม่ๆ มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และสื่อสารกับทีมงานต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าร่วมสัมมนา อบรม หรือแม้แต่การสอบใบรับรองจากองค์กรระดับนานาชาติ ก็เป็นการเพิ่มคุณค่าและความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง ทำให้เราเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ บอกเลยว่าเส้นทางนี้ไม่มีวันตัน ถ้าเราไม่หยุดที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองค่ะ
글을 마치며
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน อ่านมาถึงตรงนี้ ฉันเชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นภาพรวมของอาชีพ จป.วิชาชีพ ในสายงานก่อสร้างที่ชัดเจนขึ้นแล้วใช่ไหมคะ บอกเลยว่านี่ไม่ใช่อาชีพที่แค่ทำตามกฎหมายให้ครบๆ ไปเท่านั้น แต่เป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีความสำคัญ และมีความท้าทายสูงมาก จป.วิชาชีพคือบุคคลากรสำคัญที่ช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของคนอีกมากมายให้ปลอดภัยจากการทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เลยค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหาเส้นทางอาชีพที่มั่นคง มีโอกาสก้าวหน้า และได้ทำประโยชน์เพื่อสังคม ฉันขอยืนยันอีกครั้งว่า “จป.วิชาชีพ” คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ และอนาคตของสายงานนี้ก็ยังสดใสอีกยาวไกลเลยทีเดียวค่ะ
알아두면 쓸모 있는 정보
1. การจะเป็น จป.วิชาชีพ ต้องสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยโดยตรงเท่านั้น หรือหากจบสายอื่น ต้องมีประสบการณ์และผ่านการอบรมตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดภายในระยะเวลา 5 ปีค่ะ
2. ทักษะด้าน Soft Skills อย่างการสื่อสาร การเจรจาต่อรอง และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า สำคัญไม่แพ้ความรู้ทางเทคนิค เพราะหน้างานจริงมักจะมีสถานการณ์ไม่คาดฝันให้ต้องรับมือเสมอค่ะ
3. อาชีพ จป.วิชาชีพ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ไซต์งานก่อสร้าง แต่สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นที่ปรึกษา วิทยากร หรือแม้กระทั่งทำงานในโครงการต่างประเทศได้ หากพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องค่ะ
4. การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ทุกคนมีส่วนร่วมและตระหนักถึงความสำคัญ เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดอุบัติเหตุได้อย่างยั่งยืน โดย จป.วิชาชีพต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนและปลูกฝังสิ่งนี้ค่ะ
5. แม้จะต้องเผชิญความท้าทายทั้งจากความกดดันด้านเวลา งบประมาณ และพฤติกรรมคนงาน แต่ด้วยใจรักในอาชีพ ความมุ่งมั่น และการพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง จะทำให้ จป.วิชาชีพก้าวไปได้ไกลแน่นอนค่ะ
중요 사항 정리
อาชีพ จป.วิชาชีพ ในงานก่อสร้างมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของคนทำงานและการปฏิบัติตามกฎหมาย มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน และมีแนวโน้มค่าตอบแทนที่ดี บทบาทหลักคือการประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย และขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัย แม้จะเผชิญความท้าทาย แต่ด้วยการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จะนำไปสู่โอกาสความก้าวหน้าในระดับสูง ทั้งในประเทศและต่างประเทศค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: อยากเป็น จป.วิชาชีพ ในงานก่อสร้าง ต้องเรียนจบอะไรมาคะ แล้วกว่าจะได้เป็นนี่มันยากง่ายแค่ไหน?
ตอบ: โอ้โห คำถามนี้เจอเยอะสุด ๆ เลยค่ะ! บอกเลยว่าเส้นทางสู่การเป็น จป.วิชาชีพ โดยเฉพาะในงานก่อสร้างเนี่ย ไม่ได้ง่ายแบบปอกกล้วยเข้าปากนะคะ แต่ก็ไม่ถึงกับยากเกินไปจนท้อค่ะ ที่สำคัญคือต้องมี “ใจ” รักเรื่องความปลอดภัยจริง ๆ ก่อนเลยนะ!
ตามกฎหมายใหม่ปี พ.ศ. 2565 กำหนดคุณสมบัติของ จป.วิชาชีพ ไว้ค่อนข้างชัดเจนเลยค่ะ หลัก ๆ คือน้อง ๆ ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือสาขาที่เทียบเท่าที่อธิบดีประกาศกำหนดเท่านั้นค่ะ คือตอนนี้จะไปอบรมหลักสูตรสั้น ๆ แล้วเป็น จป.วิชาชีพ เหมือนสมัยก่อนไม่ได้แล้วนะ ต้องจบสายตรงจากมหาวิทยาลัยที่หลักสูตรได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานด้วยค่ะแต่ถ้าใครไม่ได้จบสายตรงมาตั้งแต่แรก ก็ยังมีอีกช่องทางที่พอเป็นไปได้นะคะ คือต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีไม่จำกัดสาขา แต่มีประสบการณ์ทำงานในสถานประกอบกิจการที่มีความเสี่ยงสูง (ตามบัญชี 1 หรือ 2 ของกฎหมาย) มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร จป.วิชาชีพ รวมถึงผ่านการประเมินภายใน 5 ปีนับจากวันที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้ด้วยค่ะ ซึ่งงานก่อสร้างก็จัดอยู่ในกลุ่มสถานประกอบกิจการที่มีความเสี่ยงสูงตามบัญชี 1 หรือ 2 นั่นเองค่ะจากประสบการณ์ที่ฉันเห็นมา คนที่จะเป็น จป.วิชาชีพ ในงานก่อสร้างได้ดีเนี่ย นอกจากความรู้ตามตำราแล้ว ยังต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดีมาก ๆ เพราะต้องประสานงานกับทั้งนายจ้าง วิศวกร ช่าง และคนงานหลากหลายเชื้อชาติเลยค่ะ แถมยังต้องใจเย็นและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่งด้วยนะ เพราะไซต์งานก่อสร้างนี่มีเรื่องให้ลุ้นได้ทุกวันจริง ๆ ค่ะ
ถาม: สายงาน จป.วิชาชีพ ในงานก่อสร้างตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ เงินเดือนดีไหม แล้วมีโอกาสก้าวหน้ามากแค่ไหน?
ตอบ: นี่เป็นอีกคำถามยอดฮิตเลยค่ะ! บอกเลยว่าตลาดงานสำหรับ จป.วิชาชีพ โดยเฉพาะในสายก่อสร้างตอนนี้ “เนื้อหอมสุด ๆ” เลยค่ะ! เพราะกฎหมายด้านความปลอดภัยเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็ยิ่งทำให้ทุกองค์กร โดยเฉพาะบริษัทรับเหมาก่อสร้างใหญ่ ๆ เห็นความสำคัญของ จป.วิชาชีพ มากขึ้น แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอาชีพที่ “ยังมีความต้องการสูงมาก” และ “โอกาสตกงานน้อย” เลยค่ะเรื่องเงินเดือนก็น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ!
จากข้อมูลที่ฉันหามาและที่เคยคุยกับเพื่อน ๆ ในสายงานนี้ เงินเดือนเริ่มต้นสำหรับ จป.วิชาชีพ ที่เพิ่งจบใหม่ในงานก่อสร้างเนี่ย สตาร์ทที่ประมาณ 25,000 – 30,000 บาทต่อเดือนเลยนะคะ ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ จป.ทั่วไปที่ประมาณ 23,000 – 30,000 บาท ถ้ามีประสบการณ์มากขึ้น ยิ่งทำงานในโปรเจกต์ใหญ่ ๆ หรือบริษัทชั้นนำ ก็สามารถขยับไปถึง 30,000 – 45,000 บาท หรือสูงกว่านั้นได้สบาย ๆ เลยค่ะ ส่วนตัวฉันมองว่าตำแหน่งนี้มีความรับผิดชอบสูง เงินเดือนก็เลยสูงตามไปด้วยค่ะโอกาสก้าวหน้าก็เปิดกว้างมาก ๆ ค่ะ จาก จป.วิชาชีพ เราสามารถพัฒนาตัวเองไปเป็นผู้จัดการด้านความปลอดภัย (Safety Manager) ในองค์กรใหญ่ ๆ หรือไปเป็นที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยให้กับหลาย ๆ บริษัทก็ได้ บางคนที่มีประสบการณ์และทักษะเฉพาะทาง อาจจะไปทำงานในบริษัทข้ามชาติ หรือโปรเจกต์ก่อสร้างระดับนานาชาติ ซึ่งแน่นอนว่าเงินเดือนและสวัสดิการก็จะดีขึ้นไปอีกค่ะ ลองนึกดูสิคะว่าการที่เราได้มีส่วนช่วยให้ชีวิตคนงานปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับโครงการ ถือเป็นความภาคภูมิใจในอาชีพนี้จริง ๆ ค่ะ
ถาม: กฎหมายความปลอดภัยในงานก่อสร้างของไทยเข้มงวดแค่ไหน แล้ว จป.วิชาชีพ มีบทบาทสำคัญยังไงในยุคนี้?
ตอบ: ตอบได้เลยว่า “เข้มงวดขึ้นมาก ๆ” ค่ะทุกคน! ไม่ใช่แค่เขียนบนกระดาษ แต่ภาครัฐเอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยค่ะ ลองดู พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.
2554 และกฎกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง เช่น กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2564 ที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดระเบียบพื้นที่ การใช้เครื่องจักร ไปจนถึงการทำงานบนที่สูงเลยทีเดียวค่ะ ถ้าบริษัทไหนไม่ปฏิบัติตาม บอกเลยว่ามีสิทธิ์โดนทั้งปรับและเสียชื่อเสียงได้ง่าย ๆ เลยนะ!
ในสถานการณ์แบบนี้ บทบาทของ จป.วิชาชีพ จึงสำคัญมาก ๆ เปรียบเสมือนหัวใจของการสร้างไซต์งานที่ปลอดภัยเลยค่ะ พวกเขาไม่ได้แค่เดินตรวจไซต์งานไปวัน ๆ นะคะ แต่มีหน้าที่เยอะมาก ๆ ตั้งแต่การตรวจสอบและเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตรายและกำหนดมาตรการป้องกัน ประเมินความเสี่ยง จัดอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยแก่พนักงาน ไปจนถึงการสอบสวนและรายงานอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีกส่วนตัวฉันมองว่า จป.วิชาชีพ ไม่ใช่แค่ผู้คุมกฎ แต่เป็นผู้สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กรเลยค่ะ การทำงานของพวกเขาช่วยลดการสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และชื่อเสียงของบริษัทได้มหาศาล ยิ่งกฎหมายมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง จป.วิชาชีพ ก็ต้องคอยติดตามและทำความเข้าใจกฎหมายใหม่ ๆ เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุดค่ะ นี่แหละค่ะคือเหตุผลที่ทำไมอาชีพนี้ถึงเป็นที่ต้องการและมีคุณค่ามาก ๆ ในยุคปัจจุบันและอนาคตของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยของเรา!






